PROMOTING INTELLIGENCE WITH EVIDENCE

สำหรับครูเกรซที่เป็นนักวิชาการด้านดนตรีศึกษาและจบมาด้านนี้โดยตรง การพัฒนาความฉลาดด้วยดนตรีนั้นถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากๆ เพราะเรื่องความฉลาดกับดนตรีนั้น เคยมีความคลุมเครือและด้านมืดของมันอยู่ จึงเเป็นเรื่องที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจหรือยังเข้าใจผิดอยู่มากมาย

บางคนก็เชื่อในแนวคิดนี้อย่างสุดหัวใจและหาเอาสารพัดวิธีมาเพื่อหวังว่าจะพัฒนาความฉลาดด้วยดนตรีให้กับลูกได้ ทั้งที่บางวิธีก็เป็นวิธีที่ผิดและไม่ได้ผล

บางคนก็ไม่เชื่อในแนวคิดนี้จนปิดกั้นและทำให้ลูกต้องเสียโอกาสดีๆไปที่จะได้รับจากการพัฒนาความฉลาดด้วยดนตรีไปเลยก็มี

สิ่งที่ครูเกรซจะนำเสนอต่อไปนี้ จะเป็นข้อมูลต่างๆในโลกของงานวิจัยในปัจจุบัน ที่จะทำให้เรื่องของดนตรีและความฉลาดไม่ใช่เรื่องของการที่จะต้องเชื่อ แต่มีหลักฐานและงานวิจัยที่จะทำให้คุณมีความรู้และเข้าใจว่า อะไรที่ได้ผล และอะไรที่ไม่ได้ผลในการพัฒนาความฉลาดด้วยดนตรีกันค่ะ

ฟังดนตรีแล้วฉลาดขึ้น ความเข้าใจผิดที่กระจายไปทั่วโลก

เมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว มีกระแสดนตรีกับความฉลาดอันหนึ่งที่เป็นที่นิยมมากๆเรียกกันว่า Mozart effect โดยแนวคิดคือ ยิ่งฟังเพลงโมสาร์ท ยิ่งทำให้เด็กฉลาดขึ้น

พ่อแม่หลายคนพากันหาซื้อเพลงของ Mozart มาให้ลูกฟังตั้งแต่เกิด หรือตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ก็มี ด้วยความคาดหวังที่ว่าบทเพลงของ Mozart ที่เป็นนักประพันธ์เพลงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเด็กอัจฉริยะ จะสามารถส่งต่อความอัจฉริยะดังกล่าวผ่านทางบทเพลงของเขา เพื่อให้คลื่นเสียงในบทเพลงไปปรับเปลี่ยนโครงสร้างสมองทำให้เด็กที่ได้ฟังมีความเป็นอัจฉริยะขึ้นมาเหมือนกับที่ Mozart เป็น

นักวิจัยหลายคนจึงหันมาให้ความสนใจกับเรื่องนี้ และพบว่า การฟังดนตรี Mozart นั้นส่งผลแค่ทำให้เด็กมีสมาธิในการเรียนในช่วงสั้นๆหลังจากที่ฟังเพลงเท่านั้น แต่ไม่ได้เพิ่มความฉลาดในระยะยาวแต่อย่างใด

ยังดีที่ว่าการให้ลูกฟังเพลง Mozart ในแต่ละวันนั้น ไม่ได้เป็นกิจกรรมอะไรที่ทำให้เด็กสูญเสียเวลาในการพัฒนาทักษะด้านอื่นๆมากนัก แต่ก็เป็นตัวอย่างและบทเรียนสำคัญอันหนึ่งที่ทำให้เราเรียนรู้ว่า ดนตรีกับความฉลาดถ้าไม่ระวังและพัฒนาไปผิดทิศผิดทางเพราะข้อมูลไม่เพียงพอ อาจทำให้คุณไม่ได้ประโยชน์อะไรกลับมาเลยนอกจากเสียเวลาไปเปล่าๆ

ดนตรีทำให้เด็กฉลาดขึ้น หรือเด็กฉลาดส่วนใหญ่เลือกเรียนดนตรี?

นี่เป็นอีกหนึ่งข้อโต้แย้งที่ทำให้คนสงสัยกันมาตลอด ว่าที่งานวิจัยส่วนใหญ่ชี้ไปในทิศทางว่าเด็กกลุ่มที่เรียนดนตรีมีผลการเรียนหรือความฉลาดด้านต่างๆสูงกว่ากลุ่มที่ไม่เรียนดนตรี อาจจะเกิดจากการที่เด็กส่วนใหญ่ที่เลือกเรียนดนตรี เป็นเด็กกลุ่มที่ฉลาดอยู่แล้ว หรืออาจจะเพราะฐานะทางบ้านดีกว่าเด็กอีกกลุ่มหนึ่งก็เป็นได้

งานวิจัยในช่วงหลังๆ จึงใช่วิธีการเลือกเด็กแบบสุ่ม โดยแบ่งเด็กเป็น 2 กลุ่ม มีการวัดผลการเรียนและความฉลาดด้านต่างๆเอาไว้ และให้เพียงกลุ่มแรกเท่านั้นที่เรียนดนตรีเป็นระยะเวลาหนึ่ง เช่น 2-3 ปีเป็นต้น หลังจากนั้นจึงมาดูผลการเรียนและความฉลาดกันอีกครั้ง

ผลที่ได้คือนักเรียนกลุ่มที่เรียนดนตรีมีผลการเรียนและความฉลาดที่ดีขึ้นและสูงกว่าอีกกลุ่มหนึ่งอย่างชัดเจน ซึ่งมีงานวิจัยหลายชิ้นที่ทำการทดลองแบบเดียวกันและได้ผลการทดลองเหมือนกัน

ทำให้เราสามารถมั่นใจได้ว่า การเรียนดนตรีเป็นตัวแปรส่งผลให้ผู้เรียนพัฒนาความฉลาดขึ้นได้จริงๆ

เรียนดนตรีแบบไหนพัฒนาความฉลาดได้ดีที่สุด?

หลังจากที่งานวิจัยส่งผลสอดคล้องกันแล้วว่าดนตรีสามารถพัฒนาความฉลาดได้ แต่การเรียนดนตรีทุกแบบสามารถพัฒนาความฉบาดได้เหมือนกันหมดหรือไม่?

จากผลงานวิจัยในปัจจุบันกลับพบว่า ไม่ใช่ว่าเรียนดนตรีอะไรก็ได้แล้วจะได้รับการพัฒนาความฉลาดเหมือนๆกัน ปัจจัยแรกสุดนั้นคือ นักเรียนดนตรีจะได้รับการพัฒนาความฉลาดสูงที่สุดต่อเมื่อเป็นการเล่นเครื่องดนตรี

นอกจากจะเป็นการเล่นเครื่องดนตรีแล้ว วิธีการเรียนรู้ก็ส่งผลต่อการพัฒนาความฉลาดด้วย คือความจริงจังในการเรียนดนตรี

ความจริงจังในที่นี้หมายถึง มีการอ่านโน้ต ฝึกฟัง แยกแยะเสียง ฝึกคิดจังหวะ และเล่นเครื่องดนตรีอย่างจริงจัง 

กลุ่มที่เรียนดนตรีอย่างจริงจังนี้จะได้รับการพัฒนาความฉลาดมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่เรียนอย่างไม่จริงจังคือ ร้องเพลง ฟังเพลง ตบมือประกอบจังหวะ เล่นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ เป็นต้น

นอกจากนั้นแล้วยังพบอีกว่า กลุ่มที่ได้รับการพัฒนาความฉลาดมากที่สุดในหมู่นักดนตรีก็คือนักดนตรีมืออาชีพ รองลองมาจึงเป็นมือสมัครเล่น ดังนั้นการเรียนเปียโนที่จะได้ผลของการพัฒนาความฉลาดที่มากที่สุดนอกจากความจริงจังในการเรียนแล้ว ผลลัพธ์ของการเรียนที่เล่นได้ดีด้วยความเข้าใจแบบนักดนตรีมืออาชีพยังส่งผลต่อความฉลาดอีกด้วย

แต่เด็กเล็กส่วนใหญ่จะมีความพร้อมในการเล่นเครื่องดนตรีอย่างจริงจังได้หรือ?

เด็กเล็กนั้นสามารถที่จะเริ่มเรียนเครื่องดนตรีอย่างจริงจังได้ ความจริงจังในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นครูที่ดุ เข้มงวดเท่านั้นจึงจะทำให้เด็กเรียนเครื่องดนตรีอย่างจริงจังได้

ความจริงจังในที่นี้คือจริงจังในการอ่านโน้ต ในการคิด ในการฝึกเล่นเครื่องดนตรี ซึ่งด้วยจิตวิทยาการสอนที่เหมาะกับเด็กแต่ละช่วงวัยก็จะสามารถทำให้เด็กเล็กสามารถฝึกฝนที่จะเล่นเปียโนได้ โดยที่เด็กรู้สึกสนุกและมีส่วนร่วมไปกับการเรียน แต่ในขณะเดียวกับก็ต้องใช้สมาธิและสติปัญญาทั้งหมดที่มีในศักยภาพของเด็กในการอ่านโน้ต แยกประสาทสองมือ วิเคราะห์ปัญหาต่างๆในการเล่นอย่างจริงจัง

วิธีการเรียนเปียโนอย่างจริงจังโดยอาศัยจิตวิทยาการสอน บวกกับเทคนิคการพัฒนาความฉลาดอื่นๆ ทำให้ผู้ปกครองที่เรียนที่นี่สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวเด็กๆ เช่นสมาธิดีขึ้น วิเคราะห์ วางแผนแก้ปัญหาได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน

สำหรับทุกท่านที่ต้องการตัวอ้างอิงงานวิจัย สามารถติดต่อขออ้างอิงได้โดยตรงผ่านทางช่องทางต่างๆของ Website ได้ค่ะ

HOW DOES THIS WORK?

ทำไมหลักสูตรของเราจึงสามารถพัฒนาความฉลาดได้? ศึกษาวิธีการสอนแนวใหม่ ที่จะทำให้คุณเข้าใจว่าการเรียนเปียโนด้วยเทคนิคพัฒนาความฉลาดต่างๆ มีอะไรบ้างและสามารถเพิ่มความฉลาดได้อย่างไร

TESTIMONIES

อ่านคำนิยมของผู้ปกครองที่ให้ลูกเรียนเปียโนกับเราที่นี่ ว่าสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้างในตัวเด็กๆ